รีวิวซีรีส์เกาหลี THE DEVIL JUDGE ผู้พิพากษาปีศาจ ซีรีส์พล็อตเรื่องแนวใหม่

Uncategorized 0 Comments
รีวิวซีรีส์เกาหลี THE DEVIL JUDGE
รีวิวซีรีส์เกาหลี THE DEVIL JUDGE

รีวิวซีรีส์เกาหลี THE DEVIL JUDGE ผู้พิพากษาปีศาจ ซีรีส์พล็อตเรื่องแนวใหม่ นำแสดงโดย จีซอง, คิมมินจอง, จินยอง และ พัคกยูยอง เล่าเรื่องราวโลกสมมติที่ไร้ซึ่งความหวังและไร้ซึ่งความยุติธรรมในประเทศเกาหลี

ประธานาธิบดีได้เปลี่ยนศาลยุติธรรมให้กลายเป็น ‘รายการถ่ายทอดสด’ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมพิพากษาคดีความแบบเรียลไทม์ “ฉันเคารพในการต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองของเรา ประเทศนี้ไม่ได้มีความเสมอภาคสำหรับทุกคนหรอกค่ะ ชนชั้นแรงงานที่น่าสงสารของเรา ถึงจะอยู่ประเทศเดียวกันกับคุณ แต่ก็มีชีวิตไม่เหมือนคุณ โปรดคำนึงถึงสิทธิของพวกเขาด้วยค่ะ” – ผู้พิพากษาโอจินจู

The Devil Judge เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ดาร์กฮีโร่ที่น่าจับตามองที่สุดตอนนี้ หลังออกอากาศไปแล้ว 6 อีพี และแตะต้องประเด็นดราม่าในสังคมได้อย่างดุเดือด ซึ่งแม้ว่าสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์จะเป็นในเกาหลียุคดิสโทเปีย แต่ก็น่าเชื่อเหลือเกินว่าจะกินใจผู้คนในประเทศที่ความเหลื่อมล้ำมีช่องว่างราวฟ้ากับเหว นักการเมืองแสวงหาอำนาจเงินทองมากมายที่ไม่เคยพอ เอื้อประโยชน์ให้คนกลุ่มเดียวในประเทศได้ใช้ชีวิตสุขสบายบนความทุกข์ระทมของคนอื่น

 

ย้ำอีกครั้งว่านี่คือซีรีส์เกาหลีเรื่อง The Devil Judge นำแสดงโดย จีซอง, คิมมินจอง, จินยอง และ พัคกยูยอง เล่าเรื่องราวโลกสมมติที่ไร้ซึ่งความหวังและไร้ซึ่งความยุติธรรม ประธานาธิบดีของประเทศได้เปลี่ยนศาลยุติธรรมให้กลายเป็น ‘รายการถ่ายทอดสด’ โดยมีผู้พิพากษา คังโยฮัน พร้อมด้วยสองผู้พิพากษาสมทบ คิมกาอน และ โอจินจู ร่วมกันตัดสินพิพากษาลงโทษเด็ดขาด ประกอบกับข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศที่ร่วมโหวตผ่านแอปพลิเคชัน Dike แบบเรียลไทม์ ว่าพวกเขาคิดว่าจำเลยในแต่ละคดีนั้นสมควรโดนลงโทษถึงที่สุดอย่างไร

นอกจากการพิพากษาถ่ายทอดสด ซีรีส์จะยังคงพาไปสืบหาความเป็นมาของคังโยฮัน ผู้ชายจากตระกูลร่ำรวยที่ผ่านเหตุการณ์เพลิงไหม้จนทำให้เขาสูญเสียพี่ชายและพี่สะใภ้ไป ซึ่งเป็นหน้าที่ของคิมกาอนในการสืบให้รู้ว่าเรื่องราวเบื้องหลังและความในใจของคังโยฮันที่ซ่อนอยู่คืออะไร ดูหนังพากไทย

 

นอกจากนี้ยังมีหมากตัวสำคัญ ‘จองซองอา’ หญิงสาวที่ทำหน้าที่ผู้อำนวยการให้กับมูลนิธิเพื่อสังคม หน่วยงานที่เข้าไปมีบทบาทกับภาครัฐ ทั้งยังมีเครือข่ายแข็งแรงกับผู้ทรงอำนาจทั้งภาครัฐและเอกชน ถึงขนาดว่าชี้เป็นชี้ตายอนาคตประเทศได้

 

ความน่าสนใจยังไม่จบเท่านั้น เพราะคดีความที่เกิดขึ้นในศาลแห่งนี้มีความคล้ายกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในสังคม อย่างเช่น คดี JU Chemical ที่ประธานจูอิลโด เจ้าของเครือบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินให้กับ ชาคยองฮี รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ถูกฟ้องร้องเรื่องการปล่อยสารเคมีลงในแหล่งน้ำจนทำให้ชาวบ้านในชุมชนเจ็บป่วยเป็นโรคร้ายมานานนับปี

 

หรือคดีทำร้ายร่างกาย ที่มีจำเลยเป็นลูกชายคนเดียวของรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ที่แม้ว่าจะไม่มีวลี “ไม่รู้เหรอว่ากูลูกใคร” ปรากฏในซีรีส์ แต่ลูกชายรัฐมนตรีคนนี้ก็มีแม่คอยปกป้อง ใช้เส้นสายและเงินปิดปากพยานรู้เห็นต่างๆ จนกระทั่งต้องมาขึ้นศาลถ่ายทอดสดของผู้พิพากษาคังโยฮัน

 

รวมถึงคดีล่วงละเมิดทางเพศ ที่จำเลยเป็นนักแสดงทรงอิทธิพลทั้งในเกาหลีและต่างประเทศ ที่นอกจากล่วงละเมิดทางเพศแล้วยังถ่ายภาพและคลิปเพื่อหวังผลเรื่องเงินทองและการแบล็คเมล์ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับคดีดัง Burning Sun ของเกาหลีที่ผ่านมา

 

เหล่านี้ทำให้เห็นว่า แม้จะอยู่ในสังคมประชาธิปไตยแต่พลเมืองเกาหลีรู้ดีว่ามีเรื่องทุจริตซุกอยู่ใต้พรมอันสวยงาม มีความเหลื่อมล้ำในสังคม ความไม่เท่าเทียมที่ผู้มีอำนาจเป็นผู้กุมชะตากรรมของคนอื่น ทำให้ความเสมอภาคไม่เคยมีอยู่จริง

“ในโลกมนุษย์ ไม่มีความยุติธรรมที่ง่ายหรอก”

 

บทในซีรีส์ The Devil Judge เฉียบคมมาก และสามารถนำไปใช้ซ้อนในฉากหลังหลายๆ ประเทศที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน พิจารณาได้จากบทซีรีส์ในช่วงเปิดอีพี 1 ที่เล่าถึงประเทศเกาหลีหลังจากโรคระบาดร้ายได้ผ่านพ้นไปไม่นานนัก แต่ด้วยความโกลาหลที่เกิดขึ้น การพังทลายทางเศรษฐกิจและสังคมทำให้ทุกระบบพังพินาศตามไปด้วย ไม่เว้นแม้แต่กระบวนการยุติธรรมที่ขาดความเชื่อมั่นจากประชาชน นั่นทำให้ ฮอจุงเซ ตัดสินใจแก้กฎหมายเพื่อให้ประชาชนร่วมเป็นคณะลูกขุนในการพิพากษาได้

 

“ขณะที่โรคระบาดใหม่ที่เราไม่รู้จักแพร่กระจายไปทั่วประเทศ ทำให้หลายบริษัทต้องล่มจม ประชาชนกลายเป็นคนไร้บ้าน การปลุกปั่นโดยไร้เหตุผลเพื่อต่อต้านคนที่ชีวิตดีกว่า นำไปสู่การวางเพลิงและก่อการร้าย สุดท้าย ใช่ครับ ทำให้เกิดจลาจลที่ควังฮวามุน

 

“ปัญหาทางเศรษฐกิจกลายเป็นอดีตไปแล้วครับ ตอนนี้ขอให้ทุกคนลืมมันไป ผมจะเปลี่ยนทุกอย่างเองครับ โรคระบาดที่เราทุกคนต่างเบื่อหน่าย ในที่สุดเราก็เอาชนะมันมาได้ ซึ่งคนที่ชาวเกาหลีที่ผมรักและเคารพเลือกเข้ามา ก็คือผม ฮอจุงเซครับ

 

“ผมจะเปลี่ยนประเทศเกาหลีให้เป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่เหมือนเมื่อก่อน ผมขอเดิมพันด้วยชีวิตครับ”

 

คังโยฮัน ผู้รับหน้าที่หัวหน้าผู้พิพากษาก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอย่างมั่นใจ ซึ่งแม้จะมีคำถามที่แสดงความกังวลว่ารายการจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่คังโยฮันยืนยันว่าเขาจะไม่ประนีประนอม เพราะ “ประชาชนคืออำนาจครับ”

 

ส่วนผู้พิพากษาสูงสุด มินจองโฮ ที่คอยดูแลคิมกาอนมาตั้งแต่เล็ก ก็ได้ส่งเขาเข้าไปเป็นผู้พิพากษาสมทบเพื่อแกะรอยว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังรายการนี้หรือไม่ เขาได้บอกกับกาอนว่า

 

“ที่นี่คือวิหารแห่งความยุติธรรม การพิพากษาคดีจะถูกถ่ายทอดสด

 

“เขาไม่ใช่ผู้พิพากษาธรรมดาหรอกนะ เขาคือนักปฏิวัติที่จะกำจัดคอร์รัปชันในศาล ความหวังเดียวของประเทศที่พังทลาย

 

“ต้องมีใครสักคนอยู่ตรงนี้ ใครสักคนที่ลืมตาได้ท่ามกลางลมพายุที่บ้าคลั่งนี่”

“ประเทศนี้ไม่ได้มีความเสมอภาคสำหรับทุกคนหรอกค่ะ”

 

ผู้พิพากษาโอจินจู อาจจะดูเหมือนไม้ประดับในรายการศาลถ่ายทอดสด แต่ด้วยความที่เธอเป็นผู้พิพากษาที่ไต่เต้าขึ้นมาจากชีวิตติดลบ เป็นประชาชนชั้นล่างที่ปากกัดตีนถีบจนได้ขึ้นมาเป็นผู้พิพากษาในต่างจังหวัด ก่อนที่จะได้รับเลือกให้มาเป็นผู้พิพากษาในศาลของคังโยฮันที่โซล ซึ่งเธอเองยังบอกกับคิมกาอนว่าเพราะหน้าตาของเธอมากกว่าที่ทำให้ได้รับตำแหน่งนี้

 

แต่แล้วในอีพี 5 โอจินจูก็เปิดฉากในการถามกลับทนายความ เมื่อเขามองว่าจำเลยไม่ควรได้รับโทษสาหัส เพราะบ้านเมืองนี้ปลอดภัยดี เธอได้เล่าแทนผู้หญิงทั้งประเทศที่อยู่ด้วยความหวาดผวากับเหตุการณ์ร้ายๆ ที่อาจเกิดขึ้น เพราะต้นทุนชีวิตที่ต่ำต้อย ไม่ได้มีบ้านหลังใหญ่ อพาร์ตเมนต์ที่มียามรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง โอจินจูยกตัวอย่างชีวิตของตัวเองที่อาศัยอยู่ในห้องพักราคาถูกย่านพักอาศัยที่ทรุดโทรม ซึ่งมีเพียงประตูบานเดียวกั้นเธอเอาไว้จากภัยร้ายด้านนอก

 

“ฉันเคารพในการต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองของเรา ประเทศนี้ไม่ได้มีความเสมอภาคสำหรับทุกคนหรอกค่ะ

 

“ชนชั้นแรงงานที่น่าสงสารของเรา ถึงจะอยู่ประเทศเดียวกันกับคุณ แต่ก็มีชีวิตไม่เหมือนคุณนะคะ

 

“โปรดคำนึงถึงสิทธิของพวกเขาด้วยค่ะ”

 

และนี่คือประโยคที่เธอพูดเอาไว้ ซึ่งทำให้เห็นชัดเจนแล้วว่า รายการศาลไลฟ์โชว์ เป็นกระบอกเสียง เป็นอำนาจของประชาชนที่ควรมีสิทธิ์ได้รับความเท่าเทียม อย่างน้อยๆ ก็เป็นความเท่าเทียมในการได้รับความยุติธรรมในชีวิตของพวกเขา

The Devil Judge ยังมีประเด็นน่าสนใจอีกมากมาย ทั้งเรื่องปมหลังของคังโยฮัน, การต่อสู้ชีวิตของคิมกาอน, แผนการของจองซองอา ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อสังคม, ความกระหายอำนาจของคนใหญ่คนโตในคณะรัฐบาล และคดีความที่จะถูกนำมาตัดสินในศาล เพื่อพิสูจน์ว่าประชาชนคืออำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดหรือไม่

 

The Devil Judge เขียนบทโดย มุนยูซุก ผู้พิพากษาตัวจริงที่เคยเขียนนิยาย/บทซีรีส์ Miss Hammurabi ดราม่าเกี่ยวกับกฎหมายในปี 2018 กำกับโดย ชเวจองคยู ที่เคยกำกับซีรีส์ Children of Nobody ออกอากาศทุกคืนวันเสาร์และอาทิตย์ สำหรับแฟนซีรีส์ชาวไทยรับชมผ่านทาง iQiyi และ Viu Thailand

เรื่องราวการพิพากษาคดีในยุคอนาคตที่เกาหลีใต้ต้องเผชิญกับจุดตกต่ำขั้นสุด เนื่องจากวิกฤตโรคระบาด และการบริหารงานที่ล้มเหลวของรัฐบาล ทำให้คนทั้งเมืองต้องเผชิญกับปัญหาว่างงาน มีคดีปล้นฆ่าไม่เว้นแต่ละวัน เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างเห็นได้ชัด และประชาชนก็หมดศรัทธากับระบบความยุติธรรม

ในขณะที่กลุ่มผู้มีอำนาจของประเทศต้องการทำให้กฎหมายกลับมาศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง โดยมี คังโยฮัน ผู้พิพากษาที่ถูกขนานนามว่าเป็น ผู้พิพากษาปีศาจ เพราะการตัดสินคดีอย่างไร้ความปรานี ได้มาเปลี่ยนห้องพิจารณาคดีให้กลายเป็นรายการเรียลลิตี้โชว์ ที่ให้ประชาชนทั้งประเทศมีส่วนร่วมในการตัดสินคดีได้

ซึ่ง คังโยฮัน ได้กลายเป็นขวัญใจของคนทั้งประเทศไปในชั่วค่ำคืน จากการตัดสินคดีลงโทษนักธุรกิจชื่อดัง ผู้ที่กระทำความผิดในคดีปล่อยสารพิษลงแม่น้ำจนชาวบ้านต้องสังเวยชีวิต รวมถึงคดีของ อียองมิน ลูกชาย ชาคยองฮี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ก่อเหตุทำร้ายผู้บริสุทธิ์มานับไม่ถ้วน แต่ดูเหมือนว่า คิมกาอน ผู้พิพากษาสมทบ จะยังไม่เชื่อว่า คังโยฮัน เป็นวีรบุรุษที่เข้ามาผดุงความยุติธรรม เพราะตลอดการเตรียมพิจารณาคดี เขาได้แอบสืบประวัติและติดตามการทำงานของ คังโยฮัน ทำให้ได้รู้เรื่องราวในวัยเด็ก และด้านมืดของเขา หรือแท้จริงแล้ว คังโยฮัน คือปีศาจที่เข้ามาบิดเบือนความยุติธรรมในชั้นศาลกันแน่

ถ่ายทอดเรื่องราวด้วยฝีมือของนักเขียนบทที่เคยเป็นผู้พิพากษาในชีวิตจริง

ถ้าหากอ่านพล็อตว่าน่าดูแล้ว เมื่อได้มาดูซีรีส์ต้องบอกเลยว่าการดำเนินเรื่องราวรวมไปถึงแต่ละคดีนั้นถูกเล่าออกมาอย่างน่าสนใจมาก จึงลองสืบประวัติและได้พบว่า นักเขียนบทซีรีส์เรื่องนี้คือ นักเขียนบทมุนยูซอก ผู้เคยเขียนบทซีรีส์ Miss Hammurabi (JTBC,2018) ซึ่งเคยถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตในแต่ละวันของผู้พิพากษามาก่อน มาถึงเรื่องล่าสุด The Devil Judge เป็นผลงานที่นักเขียนมุนยูซอกเขียนหลังจากแขวนเสื้อผู้พิพากษา ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าผู้พิพากษาประจำศาลกลางกรุงโซลไปเมื่อต้นปี 2020 ที่ผ่านมา และกลายมาเป็นนักเขียนบทอย่างเต็มตัว ถ้าใครเคยดูผลงานก่อนหน้าของนักเขียน อาจจะเซอร์ไพรส์ในความ Twist โหมด กับซีรีส์ที่เล่าเรื่องออกมาได้ชนิดที่ mood & tone คนละขั้วเลยทีเดียว

 

สอดแทรกความ Bromance เคมีที่เข้าขากันของเหล่านักแสดงนำ

ทุกคนต้องไม่คาดคิดแน่ว่าซีรีส์ดาร์กฮีโร่ที่หยิบเอากฎหมายและการเมืองมาตีแผ่ได้อย่างดุเดือด จะมีกลิ่นอาย Bromance แบบนี้ 555555555 บอกเลยว่าฟินถึงขั้นจิกหมอนเลยทีเดียว เคมีของเฮียจีซองและจินยองเป็นอะไรที่เกินต้านมาก แม้คุณจะไม่มองเป็นวายแต่ฟีลมันก็ชวนให้คุณคิดในใจแว่บนึงแหละว่า นี่สรุปสองคนนี้คู่กันใช่ไหม ยังไงไหนเล่า!? อีกทั้งไม่ใช่แค่เคมีของนักแสดงนำชายทั้งสอง แต่เคมีของจองซอนอากับตัวละครหญิงคนอื่น ๆ ก็สุดยอดมาก สิ่งนี้จึงทำให้มั่นใจเลยว่าคนเขียนบทและผู้กำกับตั้งใจทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้เคมีระหว่างแต่ละตัวละครส่งถึงคนดูและถูกเล่าออกมาให้เข้ากันได้เป็นอย่างดี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *