ลิโอเนล เมสซี่ กับโลกการตลาด

สำหรับโลกลูกหนังปัจจุบัน

สำหรับโลกลูกหนังปัจจุบัน พรีเซนเตอร์เบอร์ต้นด้านฟุตบอลของ “อาดิดาส” แบรนด์ดังจากเยอรมัน คงจะหนีไม่พ้น “ลิโอเนล เมสซี่” กัปตันทีมบาร์เซโลน่า โดยเขาถือว่าใช้ผลิตภัณฑ์ และสวมรองเท้าสตั๊ดของค่าย 3 แถบ ยิงประตูคู่แข่งไปอย่างถล่มทลาย จนภาพลักษณ์ของอาดิดาส กับเมสซี่ เป็นอะไรที่เหมือนของคู่กันไปแล้ว 

กระนั้น กว่าจะก้าวมาเป็นพรีเซนเตอร์ตัวหลักของอาดิดาส เหมือนทุกวันนี้ เมสซี่ ผ่านพ้นเรื่องราว และจุดเปลี่ยนสำคัญมากมาย จนเกิดกลายเป็นดีลประวัติศาสตร์ขึ้น เชื่อว่าหลายคนอาจจะลืมไปว่า ช่วงเริ่มแรก เมสซี่ เลือกที่จะสวมใส่รองเท้าสตั๊ดของไนกี้ แบรนด์ดังจากสหรัฐอเมริกา ที่พร้อมจะผลักดัน สมัยตอนที่ยังเป็นวัยรุ่น ให้เป็นพรีเซนเตอร์ตัวหลักเหมือนกัน 

ผลสุดท้าย กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไนกี้ พลาดการได้ตัวนักเตะที่ดีที่สุดเข้าสังกัด และแทบไม่มีโอกาสหวนมาบรรจบกันอีกแล้ว ช่วงนี้เราลองไปไล่ย้อนความทรงจำกันเสียหน่อยว่า เพราะเหตุใด ? ไนกี้ จึงเสียเมสซี่ ไปอย่างน่าเสียดาย และเพราะเหตุใด ? อาดิดาส ถึงฉกตัวไปครองได้

สำหรับโลกลูกหนังปัจจุบัน 

เรื่องราวทั้งหมด ต้องย้อนกลับไปในช่วงปี 2003 “เฟอร์นานโด โซลานาส” เจ้าหน้าที่ของแบรนด์ชื่อดังอย่างอาดิดาส ติดต่อไปที่คุณพ่อของเมสซี่ เป็นครั้งแรก เพื่อเป็นการสอบถามความเป็นไปได้ ในการดึงตัวเมสซี่ มาร่วมค่ายสามแถบ 

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างไม่เป็นผล เนื่องจากนักเตะยังมีสัญญาใจกับไนกี้ ที่สนับสนุนเรื่องของเสื้อผ้า และรองเท้า เพื่อเป็นการแลกกับภาพลักษณ์ ส่งผลให้อาดิดาส ทำได้เพียงเฝ้ารอเวลา และจังหวะที่เหมาะสมต่อไป 

เวลาต่อมา สัญญาของเมสซี่ กับไนกี้ หมดลงไป ทว่าแข้งของบาร์เซโลน่า ยังคงตัดสินใจใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ดังสัญชาติอเมริกัน ต่อไป เพราะนอกจากจะเป็นสัญญาใจ และเป็นแบรนด์ที่คอยดูแลเขามาตลอด

นอกจากนี้ ไนกี้ ยังถือเป็นผู้สนับสนุนต้นสังกัดของเขาอย่างบาร์ซ่า อีกด้วย แม้มันจะเป็นสัญญาใจทางธุรกิจ ทว่าอีกแง่หนึ่งนั้น มันเต็มไปด้วยความเสี่ยงเหมือนกัน เพราะไนกี้ ยังไม่มีการลงสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการ

ความชะล่าใจ หรือความไม่รีบร้อนของไนกี้ ถือเป็นช่องโหว่ ทำให้อาดิดาส ที่อยากได้ตัวเมสซี่ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พยายามจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับไม่ปล่อยให้การเจรจาเล็ดลอดสายตา

อาจจะกล่าวได้ว่า อาดิดาส ใช้ความอดทนอย่างมหาศาล เพื่อรอดูทิศทางว่า เหตุการณ์จะไปในทิศทางไหน ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจในจังหวะที่คิดว่ามีความเป็นไปได้ นี่เหมือนกับกลยุทธ์ทางการตลาดที่เข้มข้น 

กระทั่งศึกฟุตบอลโลก 2005 รุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปีดำเนินมาถึง เมสซี่ สามารถโชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อเขาสามารถพาทีมชาติอาร์เจนติน่า รุ่นเล็ก ผงาดคว้าแชมป์เป็นผลสำเร็จ พร้อมกันนี้ เขายังครองตำแหน่งดาวซัลโว และนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์อีกด้วย 

ทว่าช่วงเวลาคาบเกี่ยวกัน สัญญาของเมสซี่ กับทางไนกี้ เริ่มมีปัญหาแล้ว หรือช่วงก่อนที่รายการดังกล่าวจะเริ่มต้นขึ้น ทำให้ “เฟอร์นานโด โซลานาส” ที่ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ตัดสินใจยื่นข้อเสนอเข้าไปอีกครั้ง 

โซลานาส ย้อนความทรงจำว่า สองวันก่อนเดินทางไปแข่งฟุตบอลโลก 2005 รุ่นยู-20 ที่ประเทศฮอลแลนด์ เขาแอบสืบมาว่า คุณพ่อของเมสซี่ เปิดฉากเจรจากับไนกี้ ทว่าทุกอย่างกลับไม่ลงตัว

หลังจากนั้น ทุกอย่างก็เริ่มซับซ้อนมากขึ้น พ่อของเมสซี่ เข้าพูดคุยกับไนกี้ อยู่นานนับเดือน แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป นี่เป็นช่องโหว่ที่สามารถเข้าไปเจรจาแทนได้

โซลานาส เล่าต่อว่า อาดิดาส เห็นโอกาสดังกล่าว และตัดสินใจเสนอตัวเข้าไปทันที  พร้อมกับการร่างข้อเสนอที่น่าสนใจ และยื่นให้กับเมสซี่ และคุณพ่อของเขาได้พิจารณา ไม่ว่าจะเป็นผลตอบแทนที่ยากต่อการปฏิเสธ ที่สำคัญมากไปกว่านั้น นั่นคือการเตรียมยกทางเมสซี่ เป็นพรีเซนเตอร์ในฟุตบอลโลก 2006 รอบสุดท้าย 

ข้อเสนอที่น่าพอใจ บวกกับลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการ ทำให้ทั้งสองฝ่ายได้บทสรุปซึ่งกันและกัน กระทั่งในเดือนมกราคม 2006 เมสซี่ จึงตัดสินใจเซ็นสัญญากับทางค่ายอาดิดาส จนถึงปี 2010 

นั่นถือว่าเป็นดีลแห่งประวัติศาสตร์ ที่เปลี่ยนโฉมแบรนด์อาดิดาส ไปอย่างสิ้นเชิง เพราะผลสุดท้าย เมสซี่ กลายเป็นนักเตะที่หลายคนยกให้เป็นแข้งที่เก่งกาจที่สุดในโลกลูกหนังยุคปัจจุบัน พร้อมกับทำรายได้ให้กับแบรนด์อย่างมหาศาลเลยทีเดียว 

การเสียเมสซี่ ในฐานะการเป็นพรีเซนเตอร์ ส่งผลให้ไนกี้ ไม่พอใจเป็นอย่างมาก พวกเขาตัดสินใจนำเรื่องราว รวมถึงเหตุการณ์ดังกล่าวไปขึ้นศาล พร้อมยืนยันว่า ไนกี้ เป็นแบรนด์ที่คอยสนับสนุนเมสซี่ มาตั้งแต่แรก 

ทว่าทุกอย่างสายเกินไปเสียแล้ว พวกเขาได้เสียเมสซี่ ไปให้กับคู่แข่งทางธุรกิจแบรนด์กีฬาด้วยกัน จนยกระดับมาเป็นสัญลักษณ์ด้านลูกหนังของอาดิดาส เป็นที่เรียบร้อย แทงบอลออนไลน์