สถาปัตยกรรมหรือตึกรามบ้านช่อง เกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีผู้ออกแบบสร้างสรรค์

สถาปัตยกรรมหรือตึกรามบ้านช่อง
สถาปัตยกรรมหรือตึกรามบ้านช่อง

สถาปัตยกรรมหรือตึกรามบ้านช่อง อาคารต่าง ๆ เกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีผู้ออกแบบสร้างสรรค์ และวางแผนก่อสร้างเหล่านั้น ผู้คนทุกคนล้วนต้องการที่อยู่อาศัย สถานที่ทำงาน แหล่งเรียนรู้ แหล่งช้อปปิ้ง กินเที่ยว สถาปนิกมีหน้าที่ออกแบบ เพื่อเนรมิตพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นในหรือนอกอาคาร ไม่ว่าจะขนาดเล็กๆ เพียงห้องเดียวหรือไปจนถึงอาคารขนาดใหญ่โตที่มีโครงสร้างสลับซับซ้อน งานสถาปัตยกรรมเป็นการผสมกันระหว่างวิทยาศาสตร์และศิลปะ เพราะต้องใช้ทักษะการแก้ปัญหาเพื่อให้มนุษย์อยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้ จึงถือเป็นศาสตร์ที่ต้องเข้าใจความเป็นมนุษย์อย่างถ่องแท้ด้วย

ในขั้นเริ่มต้นโครงการ สถาปนิกต้องพูดคุยกับลูกค้า เพื่อรับข้อมูลความต้องการจากลูกค้า ข้อกำหนดเงื่อนไข และงบประมาณ ในบางครั้งสถาปนิกอาจต้องเตรียมตัวนำผลงานที่ผ่านมา ภาพreference งานอ้างอิงไว้ก่อนล่วงหน้า รวมทั้งปัจจัยสำคัญอื่นๆ ที่มีผลกับการออกแบบ อย่างสิ่งแวดล้อมของพื้นที่นั้น ๆ ทำเลที่ตั้ง การประเมินราคาเบื้องต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความรู้ที่สถาปนิกควรมีติดตัวจากการสั่งสมประสบการณ์ และการหมั่นขวนขวายหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ

หลังจากทำการคุยข้อตกลงกับลูกค้าเรียบร้อย ในขั้นการออกแบบและพัฒนาไปแต่ละขั้นตอนนั้น ควรมีการส่งให้ลูกค้าตรวจสอบความคืบหน้าเป็นระยะ ซึ่งแบบของสถาปนิกต้องมีทั้งลักษณะอาคารในทุกมุมมอง และรายละเอียดของโครงสร้าง แบบที่เขียนระบบต่างๆ ภายในอาคารอย่างละเอียดทั้ง เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำความร้อน ระบบระบายอากาศ ระบบไฟฟ้า ระบบการสื่อสารภายในอาคารอย่างสายโทรศัพท์หรืออินเตอร์เน็ต งานระบบประปาและสุขาภิบาล บางครั้งอาจมีงานแบบภูมิสถาปัตย์ด้วยเช่นกัน ในขั้นพัฒนาแบบ สิ่งสำคัญที่สถาปนิกจำเป็นต้องยึดเป็นหลักในการออกแบบคือกฎหมายควบคุมอาคารในแต่ละเขตพื้นที่ กฎการควบคุมอัคคีภัย และข้อบัญญัติอื่นๆ รวมไปถึงการออกแบบสำหรับผู้พิการด้วย

สถาปนิกใช้โปรแกรม AUTO CAD และ BIM ในการทำงาน แต่ถึงอย่างนั้นทักษะการสเก็ตภาพเบื้องต้นก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะขั้นตอนการร่างแบบเบื้องตันและช่วงตรวจสอบไซต์งาน

ในช่วงการก่อสร้าง สถาปนิกต้องเข้าไปตรวจสอบหน้างาน เพื่อให้มั่นใจว่า งานก่อสร้างของผู้รับเหมาเป็นไปตามแบบ เสร็จตามกำหนด ใช้วัสดุตรงตามกับที่ระบุ งานของสถาปนิกจะยังไม่เสร็จสิ้นจนกว่างานก่อสร้างทั้งหมดจะสำเร็จ ผู้รับเหมาได้รับค่าจ้าง และมีการทดสอบระบบต่างๆ เรียบร้อย ก่อนลูกค้าจะรับส่งมอบงานเป็นขั้นตอนสุดท้าย

ในบางครั้งสถาปนิกต้องคอยช่วยแนะนำลูกค้าเรื่องการว่าจ้างผู้รับเหมาหรือต่อรองการทำสัญญาว่าจ้างผู้รับเหมา รวมถึงประสานงานการยื่นแบบขออนุญาตปลูกสร้างกับทางหน่วยงานราชการด้วย​

ขั้นตอนการทำงาน

  • พบลูกค้าเพื่อรับโจทย์และข้อกำหนดเป้าหมายการทำงานเพื่อออกแบบโครงสร้าง
  • ประเมินราคาแบบและการก่อสร้างจากโจทย์และงบประมาณของลูกค้า พร้อมเสนอสัญญาว่าจ้างการออกแบบ
  • หลังจากตกลงสัญญากันแล้ว ทำการร่างแบบเบื้องต้นด้วยคอมพิวเตอร์หรือร่างแบบด้วยมือ ส่งแบบร่าง (ครั้งที่ 1,2,3 ตามที่ระบุในสัญญา) เพื่อให้ลูกค้าพิจารณาเบื้องต้น
  • เมื่อสรุปแบบเรียบร้อยแล้วจึงดำเนินการทำแบบยื่นขออนุญาตปลูกสร้างกับหน่วยงานราชการ พร้อมประสานงานกับวิศวกรเพื่อทำการออกแบบโครงสร้าง และจัดทำรายละเอียดคำนวณโครงสร้าง เพื่อใช้ประกอบแบบในการยื่นขออนุญาตปลูกสร้างอาคาร
  • จัดทำแบบก่อสร้างโดยประสานงานส่งแบบให้ช่างเขียนแบบ (Draft man) ซึ่งประกอบไปด้วย 1. แบบสถาปัตยกรรม 2.แบบโครงสร้าง  3. แบบงานระบบไฟฟ้า 4.แบบระบบประปาและสุขาภิบาล
  • ส่งแบบให้ลูกค้าพิจารณา เพื่อตรวจเช็คก่อนจะส่งให้ผู้รับเหมาที่ลูกค้าเลือก (หากต้องการแก้ไข ให้ย้อนกลับไปดูในสัญญาว่า สามารถแก้ไขในขั้นตอนแบบก่อสร้างได้กี่ครั้ง) พร้อมตอบข้อซักถามของลูกค้าร่วมกับวิศวกรผู้ออกแบบโครงสร้างเพื่อเป็นไปตามความต้องการและความถูกต้องโดยสมบูรณ์แล้ว จึงส่งแบบให้ผู้รับเหมาเริ่มทำการก่อสร้าง
  • หากในสัญญามีการระบุให้ว่าจ้างในการควบคุมงานก่อสร้างด้วย สถาปนิกและวิศวกรจะต้องลงพื้นที่หน้างาน(จำนวนครั้งที่ตรวจ ตามที่ระบุในสัญญา) เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและเรียบร้อยของขั้นตอนงานก่อสร้างแต่ละขั้นตอนให้มีความถูกต้องสมบูรณ์ เป็นไปตามที่ลูกค้าต้องการ
  • หากมีข้อผิดพลาดในการก่อสร้าง สถาปนิกต้องทำการแจ้งลูกค้าเพื่อให้คำแนะนำ พร้อมทั้งหาวิธีแก้ไขปัญหาหน้างาน เพื่อให้งานเรียบร้อยสมบูรณ์
  • เมื่ออาคารเสร็จสมบูรณ์ พร้อมทั้งทดสอบงานระบบต่างๆเรียบร้อย ก็ถึงขั้นตอนส่งมอบงานให้ลูกค้า

สถานที่ทำงาน

ต้องทำงานทั้งในสำนักงาน และการออกพื้นที่จริงเพื่อสำรวจสถานที่ทั้งก่อนก่อสร้าง ขณะกำลังก่อสร้าง และก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์  การทำงานอาจต้องทำเป็นช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนในช่วงหนึ่งวันขึ้นอยู่กับระยะเวลาและเงื่อนไขที่เร่งรัดเข้ามา  เช่นงานก่อสร้างต้องการเร่งระยะเวลาการทำงานให้เร็วขึ้น สถาปนิกก็ต้องใช้เวลาในการทำงานและตรวจสอบมากขึ้น ขึ้นอยู่กับขนาดและความยากง่ายของอาคาร  ซึ่งเป็นอาชีพที่ไม่มีผลัดการทำงานเพราะสถาปนิกผู้ออกแบบนั้นจะต้องทำหน้าที่รับผิดชอบร่วมกับวิศวกรผู้ทำงานร่วมกัน ตามที่ได้ลงนามในสัญญาและแบบยื่นขออนุญาตปลูกสร้าง ที่เป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมายและข้อกำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม

อาชีพสถาปนิกเป็นอาชีพที่สามารถใช้ความสามารถเฉพาะตัว ในการประกอบอาชีพได้ ทำให้สามารถทำงานส่วนตัว หรือ ทำงานในสำนักงานออกแบบ โดยบัณฑิตส่วนใหญ่ที่มีจุดมุ่งหมายในการเป็นนักออกแบบ มักนิยมเข้าทำงานในสำนักงานออกแบบ เพื่อเรียนรู้ระบบการทำงาน และมีความก้าวหน้าตามประสบการณ์ สถาปนิก