Browsed by
Tag: ข่าวกีฬา

ใครจะเป็นเทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมันคนต่อไป

ใครจะเป็นเทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมันคนต่อไป

ราล์ฟ รังนิก ราล์ฟ รังนิก กับ สเตฟาน คุนท์ซ มีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นเทรนเนอร์คนต่อไปของทีมชาติเยอรมัน หลัง เจอร์เก้น คล็อปป์ ตัดตัวเองออกจากการเป็นตัวเลือกของ เดเอฟเบ สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมัน หรือ เดเอฟเบ ต้องปรับแผนงานในการสรรหาเทรนเนอร์ทีมอินทรีเหล็กคนใหม่เร็วกว่ากำหนด 2 ปี หลัง โยอาคิม เลิฟ กำลังจะก้าวลงจากตำแหน่งหลังเสร็จสิ้นภารกิจในศึกยูโรรอบสุดท้ายช่วงกลางปีนี้ แม้ว่ายังมีสัญญาจนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2022 ก็ตาม เลิฟ ทำงานกับ เดเอฟเบ ตั้งแต่ปี 2004 ฐานะผู้ช่วยของ เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ ก่อนก้าวขึ้นมาเป็นนายใหญ่เต็มตัวหลัง ‘พี่หลาม’ อำลาตำแหน่งหลังศึกฟุตบอลโลก 2006 เทรนเนอร์วัย 61 ปี ทำผลงานอย่างยอดเยี่ยม เขานำทัพอินทรีเหล็กทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศของศึกยูโร 2008 แต่อกหักได้เพียงรองแชมป์หลัง เฟร์นานโด ตอร์เรส ทำประตูโทนนำ สเปน เบียดคว้าชัยด้วยสกอร์ 1-0 สเปน ยังคงเป็นหนามยอกอก เลิฟ อีกครั้งจนทำให้ทีมอินทรีเหล็กสิ้นสุดเส้นทางเพียงรอบรองชนะเลิศของศึกฟุตบอลโลก 2010 จากการทำประตูชัยในช่วงกลางครึ่งหลังของ การ์เลส ปูโยล ก่อนทัพกระทิงจะเถลิงบัลลังก์แชมป์โลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ส่วน เยอรมัน คว้าอันดับ 3 ของทัวร์นาเมนต์ปลอบใจหลังการสยบ อุรุกวัย 3-2 เยอรมัน ยังไปไม่ถึงดวงดาวในศึกยูโร 2012 หลังการปราชัยต่อ อิตาลี 1-2 ในรอบรองชนะเลิศ จนกระทั่งวันที่แฟนบอลชาวเยอรมันรอคอยก็มาถึง เมื่อ เลิฟ นำโทรฟี่แชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 4 คืนสู่เมืองเบียร์สำเร็จ…

Read More Read More

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (ขวา) กำลังไล่ล่าสถิติกระทุ้ง 40 ประตูในซีซั่นเดียวของ แกร์ด มุลเลอร์ ที่อยู่มานานร่วมครึ่งศตวรรษ โดยต้องการอีกเพียง 9 ประตูจาก 10 เกมสุดท้ายของศึกบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้ สถิติการยิง 40 ประตูบนเวทีบุนเดสลีกาของ ‘แดร์ บอมเบอร์’ (ลูกระเบิด) แกร์ด มุลเลอร์ ที่อยู่ยงมานานเกือบ 50 ปีกำลังถูกสั่นคลอนอีกครั้ง หลังการทำแฮตทริคล่าสุดของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ในเกมที่ บาเยิร์น มิวนิค เร่งเครื่องแซง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 4-2 เมื่อวันเสาร์ที่่ผ่านมา มุลเลอร์ ตำนานกองหน้าของ บาเยิร์น มิวนิค กระทุ้งรวมกัน 563 ประตูจากการลงเล่นทุกรายการ 605 เกม และยิง 398 ประตูจากการลงเล่นบุนเดสลีกา 453 นัด ตลอด 14 ปีที่ค้าแข้งกับทีมเสือใต้  เขามีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของ บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงเวลานั้นจากการคว้าแชมป์ บุนเดสลีกา 4 สมัย, เดเอฟเบ โพคาล 4 สมัย, ยูโรเปี้ยน คัพ 3 สมัย, คัพวินเนอร์ส คัพ 1 สมัย และ อินเตอร์คอนติเนนตัล 1 สมัย มุลเลอร์ ยังคว้ารางวัล…

Read More Read More

อาร์เซน่อล แพ้แบบราบคาบทั้งสกอร์และฟอร์มการเล่น แพ้แบบน่าผิดหวัง

อาร์เซน่อล แพ้แบบราบคาบทั้งสกอร์และฟอร์มการเล่น แพ้แบบน่าผิดหวัง

เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ประโยคนี้ประโยคเดียวสรุปความเห็นทั้งหมดของ มิเกล อาร์เตต้า เอาไว้ครบถ้วนหลังความปราชัย (คาบ้าน) นัดล่าสุดของ อาร์เซน่อล ที่โดน ลิเวอร์พูล บุกมาอัดไม่ไว้หน้า 3-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นี่คือเกมที่ อาร์เซน่อล แพ้แบบราบคาบทั้งสกอร์และฟอร์มการเล่น แพ้แบบน่าผิดหวัง และทำให้ทุกคนต้องตั้งคำถามกันอีกครั้งว่า “ปืนใหญ่” กำลังเดินบนเส้นทางที่ถูกต้องแล้วหรือไม่ ก่อนเบรกทีมชาติ อาร์เซน่อล เพิ่งผ่านเกมที่เป็น “เหรียญสองด้าน” ให้ได้พูดถึงคือมีทั้ง “ดี” และ “แย่” เพราะเริ่มเกมได้ย่ำแย่โดน เวสต์แฮม รัวนำห่างถึง 3-0 แต่สามารถฮึดกลับมาตีเสมอ 3-3 ได้สำเร็จ แต่นัดล่าสุดกับ ลิเวอร์พูล ต่างออกไปเพราะไม่มีช่วงใดๆ ตลอด 90 นาทีที่ อาร์เซน่อล แสดงให้เห็นถึงแรงกระตุ้นที่จะกลับมาได้เลย พวกเขาสมควรแพ้แบบไร้ข้อโต้แย้งทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็น “ลบ” ไม่มีด้าน “บวก” ให้พูดถึง มิเกล อาร์เตต้า อาจมีปัญหาจัดทัพก็จริงกับการไม่มี กรานิต ชาคา คอนโทรลเกมแดนกลาง และสองดาวรุ่ง บูคาโย่ ซาก้า และ เอมิล สมิธ โรว์ ช่วยทำเกมรุก รวมถึง ดาวิด ลุยซ์ ในเกมรับ แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างเพราะ ลิเวอร์พูล ก็ขาดผู้เล่นไปหลายคนเช่นกันและเป็นฝ่ายมาเยือนอีกด้วย แท็กติก คุณภาพการเล่น และความมุ่งมั่นในสนามต่างหากที่ทำให้ อาร์เซน่อล “แพ้” ในทุกแง่มุม ขณะที่ ลิเวอร์พูล ก็คู่ควรกับการเป็นฝ่ายชนะกลับออกไป ทั้งสองทีมมีเกมยุโรปรออยู่โดยเฉพาะ “หงส์แดง” ที่มีเวลาพักน้อยกว่าหลังจบเกมเพราะต้องเจอ เรอัล มาดริด ในถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันอังคารที่ 6 เมษายนนี้ แต่กระนั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็จัดทีมแบบเกือบเต็มสูบเท่าที่จัดได้ มีเพียง จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม ที่เป็นสำรอง ติอาโก้ กับ ฟาบินโญ่ กด…

Read More Read More

ผ่านช่วงสัปดาห์ ผ่านช่วงสัปดาห์ ทีมชาติกันไปเป็นที่เรียบร้อยโดยที่มีผู้เล่น อาร์เซน่อล หลายคนได้เดินทางไปทำหน้าที่เพื่อชาติกันอย่างเต็มที่ ไปเช็กกันว่าผลงานของแต่ละคนเป็นอย่างไรกันบ้าง ไปที่คนแรกคือ คีแรน เทียร์นีย์ ที่โชว์ผลงานเด่นมากๆ ให้ทีมชาติสกอตแลนด์ด้วยการทำ “แฮตทริก แอสซิสต์” จ่ายให้เพื่อนยิง 3 ประตูในเกมชนะหมู่เกาะแฟโร 4-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนยุโรป 2 นัดก่อนหน้านี้ เทียร์นีย์ ก็ลงสนามเต็มเกมทั้งในแมตช์เปิดบ้านเสมอ ออสเตรีย 2-2 และบุกเสมอ อิสราเอล 1-1 เรียกได้ว่าลุยสุดตัวครบ 270 นาทีเพื่อชาติเลยทีเดียว เทียร์นีย์ ทำ 3 แอสซิสต์ในนัดเดียว แบรนด์ เลโน่ มีชื่อติดทีมชาติเยอรนีทำศึกคัดบอลโลกเช่นกัน แต่ว่าไม่ได้ลงสนามเลยตลอด 3 นัดของทัพอินทรีเหล็ก โดย โยอัคคิม เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์ ยังคงเลือกใช้ มานูเอล นอยเออร์ เฝ้าเสาใน 2 นัดแรก ก่อนสลับให้ มาร์ค อันเดร แทร์ ชเตเก้น ทำหน้าที่นัดสุดท้าย อเล็กซ์ รูนาร์สสัน ผู้รักษาประตูอีกคน ได้ลงตัวจริงให้ทีมชาติไอซ์แลนด์ในนัดส่งท้ายที่บุกชนะ ลิกเต่นสไตน์ 4-1 แต่ใน 2 นัดแรกที่แพ้ต่อ อาร์เมเนีย 0-2 และพ่ายต่อ เยอรมนี 0-3 รูนาร์สสัน มีชื่อเป็นเพียงสำรอง ต่อกันที่ มาร์ติน โอเดการ์ด ที่ฟอร์มดีมากๆ ก่อนไปลุยทีมชาติ และได้รับแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมคนใหม่ด้วยวัยเพียง 22 ปี โอเดการ์ด ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าพลิกจนถูกเปลี่ยนออกท้ายครึ่งแรกในนัดแรกที่ นอร์เวย์…

Read More Read More

ลิโอเนล เมสซี่ กับโลกการตลาด

ลิโอเนล เมสซี่ กับโลกการตลาด

สำหรับโลกลูกหนังปัจจุบัน สำหรับโลกลูกหนังปัจจุบัน พรีเซนเตอร์เบอร์ต้นด้านฟุตบอลของ “อาดิดาส” แบรนด์ดังจากเยอรมัน คงจะหนีไม่พ้น “ลิโอเนล เมสซี่” กัปตันทีมบาร์เซโลน่า โดยเขาถือว่าใช้ผลิตภัณฑ์ และสวมรองเท้าสตั๊ดของค่าย 3 แถบ ยิงประตูคู่แข่งไปอย่างถล่มทลาย จนภาพลักษณ์ของอาดิดาส กับเมสซี่ เป็นอะไรที่เหมือนของคู่กันไปแล้ว  กระนั้น กว่าจะก้าวมาเป็นพรีเซนเตอร์ตัวหลักของอาดิดาส เหมือนทุกวันนี้ เมสซี่ ผ่านพ้นเรื่องราว และจุดเปลี่ยนสำคัญมากมาย จนเกิดกลายเป็นดีลประวัติศาสตร์ขึ้น เชื่อว่าหลายคนอาจจะลืมไปว่า ช่วงเริ่มแรก เมสซี่ เลือกที่จะสวมใส่รองเท้าสตั๊ดของไนกี้ แบรนด์ดังจากสหรัฐอเมริกา ที่พร้อมจะผลักดัน สมัยตอนที่ยังเป็นวัยรุ่น ให้เป็นพรีเซนเตอร์ตัวหลักเหมือนกัน  ผลสุดท้าย กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไนกี้ พลาดการได้ตัวนักเตะที่ดีที่สุดเข้าสังกัด และแทบไม่มีโอกาสหวนมาบรรจบกันอีกแล้ว ช่วงนี้เราลองไปไล่ย้อนความทรงจำกันเสียหน่อยว่า เพราะเหตุใด ? ไนกี้ จึงเสียเมสซี่ ไปอย่างน่าเสียดาย และเพราะเหตุใด ? อาดิดาส ถึงฉกตัวไปครองได้ เรื่องราวทั้งหมด ต้องย้อนกลับไปในช่วงปี 2003 “เฟอร์นานโด โซลานาส” เจ้าหน้าที่ของแบรนด์ชื่อดังอย่างอาดิดาส ติดต่อไปที่คุณพ่อของเมสซี่ เป็นครั้งแรก เพื่อเป็นการสอบถามความเป็นไปได้ ในการดึงตัวเมสซี่ มาร่วมค่ายสามแถบ  อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างไม่เป็นผล เนื่องจากนักเตะยังมีสัญญาใจกับไนกี้ ที่สนับสนุนเรื่องของเสื้อผ้า และรองเท้า เพื่อเป็นการแลกกับภาพลักษณ์ ส่งผลให้อาดิดาส ทำได้เพียงเฝ้ารอเวลา และจังหวะที่เหมาะสมต่อไป  เวลาต่อมา สัญญาของเมสซี่ กับไนกี้ หมดลงไป ทว่าแข้งของบาร์เซโลน่า ยังคงตัดสินใจใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ดังสัญชาติอเมริกัน ต่อไป เพราะนอกจากจะเป็นสัญญาใจ และเป็นแบรนด์ที่คอยดูแลเขามาตลอด นอกจากนี้ ไนกี้ ยังถือเป็นผู้สนับสนุนต้นสังกัดของเขาอย่างบาร์ซ่า อีกด้วย แม้มันจะเป็นสัญญาใจทางธุรกิจ ทว่าอีกแง่หนึ่งนั้น มันเต็มไปด้วยความเสี่ยงเหมือนกัน เพราะไนกี้ ยังไม่มีการลงสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการ ความชะล่าใจ หรือความไม่รีบร้อนของไนกี้ ถือเป็นช่องโหว่ ทำให้อาดิดาส ที่อยากได้ตัวเมสซี่ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พยายามจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับไม่ปล่อยให้การเจรจาเล็ดลอดสายตา อาจจะกล่าวได้ว่า อาดิดาส ใช้ความอดทนอย่างมหาศาล เพื่อรอดูทิศทางว่า เหตุการณ์จะไปในทิศทางไหน ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจในจังหวะที่คิดว่ามีความเป็นไปได้ นี่เหมือนกับกลยุทธ์ทางการตลาดที่เข้มข้น  กระทั่งศึกฟุตบอลโลก 2005 รุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปีดำเนินมาถึง เมสซี่ สามารถโชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อเขาสามารถพาทีมชาติอาร์เจนติน่า รุ่นเล็ก ผงาดคว้าแชมป์เป็นผลสำเร็จ พร้อมกันนี้ เขายังครองตำแหน่งดาวซัลโว และนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์อีกด้วย  ทว่าช่วงเวลาคาบเกี่ยวกัน สัญญาของเมสซี่ กับทางไนกี้ เริ่มมีปัญหาแล้ว หรือช่วงก่อนที่รายการดังกล่าวจะเริ่มต้นขึ้น ทำให้ “เฟอร์นานโด โซลานาส” ที่ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ตัดสินใจยื่นข้อเสนอเข้าไปอีกครั้ง  โซลานาส ย้อนความทรงจำว่า สองวันก่อนเดินทางไปแข่งฟุตบอลโลก 2005 รุ่นยู-20 ที่ประเทศฮอลแลนด์ เขาแอบสืบมาว่า คุณพ่อของเมสซี่ เปิดฉากเจรจากับไนกี้ ทว่าทุกอย่างกลับไม่ลงตัว หลังจากนั้น ทุกอย่างก็เริ่มซับซ้อนมากขึ้น พ่อของเมสซี่ เข้าพูดคุยกับไนกี้ อยู่นานนับเดือน แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป นี่เป็นช่องโหว่ที่สามารถเข้าไปเจรจาแทนได้ โซลานาส เล่าต่อว่า อาดิดาส เห็นโอกาสดังกล่าว และตัดสินใจเสนอตัวเข้าไปทันที  พร้อมกับการร่างข้อเสนอที่น่าสนใจ และยื่นให้กับเมสซี่ และคุณพ่อของเขาได้พิจารณา ไม่ว่าจะเป็นผลตอบแทนที่ยากต่อการปฏิเสธ ที่สำคัญมากไปกว่านั้น นั่นคือการเตรียมยกทางเมสซี่ เป็นพรีเซนเตอร์ในฟุตบอลโลก 2006 รอบสุดท้าย  ข้อเสนอที่น่าพอใจ บวกกับลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการ ทำให้ทั้งสองฝ่ายได้บทสรุปซึ่งกันและกัน กระทั่งในเดือนมกราคม 2006 เมสซี่ จึงตัดสินใจเซ็นสัญญากับทางค่ายอาดิดาส จนถึงปี 2010  นั่นถือว่าเป็นดีลแห่งประวัติศาสตร์ ที่เปลี่ยนโฉมแบรนด์อาดิดาส ไปอย่างสิ้นเชิง เพราะผลสุดท้าย เมสซี่ กลายเป็นนักเตะที่หลายคนยกให้เป็นแข้งที่เก่งกาจที่สุดในโลกลูกหนังยุคปัจจุบัน พร้อมกับทำรายได้ให้กับแบรนด์อย่างมหาศาลเลยทีเดียว  การเสียเมสซี่ ในฐานะการเป็นพรีเซนเตอร์ ส่งผลให้ไนกี้ ไม่พอใจเป็นอย่างมาก พวกเขาตัดสินใจนำเรื่องราว รวมถึงเหตุการณ์ดังกล่าวไปขึ้นศาล พร้อมยืนยันว่า ไนกี้ เป็นแบรนด์ที่คอยสนับสนุนเมสซี่ มาตั้งแต่แรก  ทว่าทุกอย่างสายเกินไปเสียแล้ว พวกเขาได้เสียเมสซี่ ไปให้กับคู่แข่งทางธุรกิจแบรนด์กีฬาด้วยกัน จนยกระดับมาเป็นสัญลักษณ์ด้านลูกหนังของอาดิดาส เป็นที่เรียบร้อย แทงบอลออนไลน์

“ฟลอเรนติโน่ เปเรซ” เจ้าโครงการโลกลูกหนัง

“ฟลอเรนติโน่ เปเรซ” เจ้าโครงการโลกลูกหนัง

ถือเป็นประเด็นดราม่าในโลกลูกหนัง ถือเป็นประเด็นดราม่าในโลกลูกหนัง เมื่อฟลอเรนติโนเปเรซ (ฟลอเรนติโนเปเรซ) ประธานซอมซันเรอัลมาดริดเสนอแนวคิดในการจัดตั้ง “ซูเปอร์ลีกยุโรป” ลีกจะเลือกเฉพาะทีมชั้นนำของยุโรปเข้าร่วมแข่งขันเท่านั้น หลายทีมทนเสียงคัดค้านของแฟนบอล ไม่ไหวจนต้องถอนตัวในที่สุด อย่างไรก็ตามฟลอเรนติโนเปเรซเป็นชื่อที่ผู้คนมักกล่าวถึงเสมอจำไว้ว่าเขาคนนี้มีความกล้าที่จะทำและนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ ที่หลายคนไม่เคยคิด เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการผลิตละครในโครงการเครื่องหมายการค้าของเขา นั่นก็คือ “Galaticos” เมื่อเร็ว ๆ นี้เราได้กลับมาเยี่ยมชมการเดินทางของเปเรซในเรอัลมาดริดจนกระทั่งสโมสรเติบโตขึ้นและกลายเป็นบุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จมากมายในการบริหารและการเข้าซื้อกิจการ หากเอ่ยถึงชื่อ “เรอัล มาดริด“ นี่คือสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากสุดบนแผ่นดินยุโรป นอกจากการคว้าแชมป์ยุโรป มากกว่าใครที่จำนวน 13 สมัยแล้ว พวกเขายังครองสถิติคว้าแชมป์ลาลีกา สเปน มากที่สุดเช่นเดียวกันที่จำนวน 34 สมัย สถิติเหล่านี้ถือว่ายากต่อการทำลายอย่างแน่นอน  แน่นอนว่า ส่วนหนึ่งของความสำเร็จ ดำเนินมาพร้อมกับนโยบายการซื้อตัวผู้เล่น เรอัล มาดริด ระดมทุนซื้อตัวดาวดังมาร่วมทีมอย่างมากมาย จนเกิดเป็นค่านิยมที่ว่า หากอยากจะเป็นนักเตะระดับโลก ต้องผ่านการเล่น และพิสูจน์ตัวเองกับทีมเรอัล มาดริด จึงไม่น่าแปลกใจว่า นี่คือจุดหมายปลายทาง และความฝันสูงสุดของผู้เล่นหลายคน  โดยหนึ่งในโครงการที่สร้างชื่อให้กับทางเรอัล มาดริด จนกลายเป็นมหาอำนาจในการซื้อตัว นั่นก็คือ “กาลาติกอส” มีรากศัพท์มาจากภาษาสแปนิช แปลความเป็นไทยว่า “ดาราจักร” เป็นการเปรียบเปรยที่ว่า เรอัล มาดริด พร้อมที่จะรวมดาวระดับโลก ชนิดที่ใครยากจะทำได้  เรื่องราวต้องย้อนกลับไปช่วงปี 1995 ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ก้าวขึ้นมาสมัครตำแหน่งประธานสโมสรเรอัล มาดริด อย่างไรก็ตาม นโยบายการบริหารของเขานั้น ไม่สอดคล้องกับแผนการของทางสโมสร ส่งผลให้เขาพ่ายการเลือกตั้งครั้งนั้นอย่างน่าเสียดาย แต่มันก็คือบทเรียน ทำให้เขากลับมาอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง  กระทั่งช่วงปี 2000 เปเรซ กลับมายื่นใบสมัครเป็นประธานสโมสร “ราชันชุดขาว” อีกรอบ คราวนี้เขาประสบความสำเร็จ และได้รับเลือก เป็นการเอาชนะประธานสโมสรคนเก่าอย่าง “โลเรนโซ่ ซานซ์” ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนโยบายของเขาที่น่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยการเตรียมกว้านซื้อสตาร์มาอัดแน่นเต็มทีม ภายใต้โปรเจ็กท์อย่าง “กาลาติกอส” หนึ่งในการหาเสียง ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกลูกหนัง เปเรซ ประกาศอย่างชัดเจนว่า หากเขาสามารถก้าวมาเป็นประธานสโมสรเรอัล มาดริด เขาจะกระชากตัวหลุยส์ ฟิโก้ ดาวเตะคนสำคัญของทางบาร์เซโลน่า มาร่วมทีม ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า เปเรซ น่าจะเสียสติไปแล้ว นั่นเพราะฟิโก้ ถือว่าเป็นนักเตะของศัตรูตลอดกาลที่บาร์ซ่า หวงแหนเป็นอย่างมาก แต่แล้ว เปเรซ สามารถทำได้ตามที่ตัวเองประกาศเอาไว้ ด้วยการทุ่มเงินเป็นสถิติโลก ณ เวลานั้น ที่ประมาณ 62 ล้านยูโร พร้อมกับคว้าตัวฟิโก้ ร่วมทีมเป็นผลสำเร็จ ท่ามกลางความเดือดดาลของเหล่าแฟนบอล “เจ้าบุญทุ่ม” ที่เสียแข้งสำคัญไป นี่คือจุดเริ่มต้นโครงการ “กาลาติกอส” อย่างเป็นทางการ  ซึ่งตามสถิติบ่งบอกว่า เปเรซ ดำเนินนโยบาย “กาลาติกอส” ด้วยการคว้าดารามาเสริมทีมในทุกฤดูกาล จึงไม่น่าแปลกใจว่า ถัดมาในปีเดียว ในช่วงปี 2001 เปเรซ ระเบิดคลังเป็นสถิติโลกอีกหนึ่งครั้ง ด้วยการดึงตัว “ซีเนอดีน ซีดาน” มาจากยูเวนตุส ในสนนราคาราว 77 ล้านยูโร  ตามมาด้วยปี 2002 กับการดีงโรนัลโด้ “R9” มาจากอินเตอร์ มิลาน ในราคา 46 ล้านยูโร ตามมาด้วย เดวิด เบ็คแฮม จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2003 ด้วยค่าตัว 37 ล้านยูโร ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า เรอัล มาดริด เป็นทีมแห่งดวงดาว ตามที่เปเรซ ประกาศเอาไว้อย่างแท้จริง  เปเรซ ออกมากล่าวว่า เรอัล มาดริด คือสโมสรที่ต้องเดินหน้าด้วยภาพลักษณ์ ควบคู่ไปกับการแข่งขันในสนาม ซึ่งการที่บรรดาซูเปอร์สตาร์หลายคนมารวมตัวกัน ทำให้การตลาดของสโมสรดีขึ้นมาก ยอดการจำหน่ายเสื้อ, ของที่ระลึก และแบรนด์ต่างๆที่เข้ามาสนับสนุน โดยส่งผลให้พลพรรค “ราชันชุดขาว” มีฐานการตลาดที่แข็งแกร่งเอามากๆ  องค์ประกอบของ “กาลาติกอส” ทำให้เรอัล มาดริด มีฐานแฟนบอลทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น หลายคนอยากเข้ามาเชียร์ทีมที่เหมือนกับทีมในฝันทีมนี้ แน่นอนว่า มันต่อยอดเรื่องของอำนาจในการซื้อขายเพิ่มมากขึ้นด้วย ประหนึ่งว่า เรอัล มาดริด อยากได้ใครมาร่วมทีม ย่อมมีความเป็นไปได้สูง อย่างไรก็ตาม วาระการดำรงตำแหน่งประธานสโมสรเรอัล มาดริด ในช่วงแรกของทางเปเรซ นั้น (ช่วงปี 2000-06) ทีมกลับประสบความสำเร็จเพียงแค่การคว้าแชมป์ลาลีกา 2 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 ครั้งเท่านั้น จนแฟนบอลหลายคนมองว่า ทีมเน้นเรื่องของการตลาดมากเกินไป และไม่สนผลงานเท่าที่ควร  สอดคลัองกับ “โรแบร์โต้ คาร์ลอส” อดีตแบ็คซ้ายของทีม ที่ออกมาบอกว่า “กาลาติกอส” เหมือนกับดาบสองคมเหมือนกัน โดยแง่ดี นี่คือการรวมนักเตะฝีเท้าดีเอาไว้ด้วยกัน เหมือนการเล่นวิดีโอเกม ที่หลายคนวาดฝันอยากมีทีมที่ดีที่สุดในโลก นี่คือภาพสะท้อนความจริงของ “กาลาติกอส”  ส่วนอีกแง่หนึ่ง คาร์ลอส บอกว่า การที่เหล่าซูเปอร์สตาร์อัดแน่นจนล้นเกินไป เหมือนเป็นการรวมหลายคนมีอีโก้เข้าไว้ด้วยกัน แต่ละคนอยากใช้ชีวิตตามแบบฉบับของตัวเอง นี่คือผลกระทบที่สโมสรต้องเผชิญหน้า และรับมือ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะทำให้ทุกคนพึงพอใจเหมือนกันหมด คาร์ลอส กล่าวเพิ่มเติมว่า นักเตะในทีม “กาลาติกอส” คอยกำหนดความเป็นไป และกิจวัตรของสโมสร แทนที่จะเป็นหน้าที่ของผู้จัดการทีม ใครอยากกินอะไรกิน ใครอยากไปไหนไป ส่งผลให้กุนซือหลายคน ประสบปัญหาในการเข้าควบคุมนักเตะเหล่านี้ และผลสุดท้าย กุนซือหลายคนก็ต้องถูกบีบออกจากสโมสรไป  1 มิถุนายน 2009 เปเรซ เข้ารับตำแหน่งประธานสโมสรเรอัล มาดริด เป็นสมัยที่ 2 จวบจนถึงปัจจุบัน เขาสร้าง “กาลาติกอส” รุ่นที่สองขึ้นมา นอกจากการระเบิดคลังเป็นสถิติโลกกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับแกเร็ธ เบล แล้ว เขายังดึงนักเตะชื่อก้องโลกอย่างกาก้า, คาริม เบนเซม่า, ชาบี อลอนโซ่, เมซุต โอซิล, อังเคล ดิ มาเรีย, ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส และฮาเมส ฯลฯ คราวนี้ ทีมกลับมาประสบความสำเร็จพอสมควร แม้จะสามารถคว้าแชมป์ลีก เพียงแค่ 2 สมัย แต่พวกเขากลับได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มากถึง 4 หน … ต่อจากนี้ เราต้องมารอลุ้นกันว่า เปเรซ จะริเริ่มโครงการลูกหนังอะไร เพื่อมาสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลอย่างเราอีก  แทงบอลออนไลน์

วิเคราะห์บอล อาแจ็กซ์ – อูเทร็คช์ 

วิเคราะห์บอล อาแจ็กซ์ – อูเทร็คช์ 

Ajax Ajax เอริก เทน ฮาก ไม่มี ดาเล่ย์ บลินด์ สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ ขณะที่ อองเดร โอนาน่า ติดโทษแบนเรื่องใช้งานกระตุ้น ด้าน ดาวิด เนเรส, ซากาเรีย ลับยาด กับ เพอร์ ชูร์ส พร้อมสลับลงแทน อันโตนี่ มาเธอุส โดส ซานโตส, เอ็ดซอน อัลวาเรซ กับ เดเวย์น เรนช์ ส่วน ไบรอัน บร็อบบี้ย์, นูสเซียร์ มาซราอุย, ลาสซีน่า ตราโอเร่, โมฮัมเหม็ด คูดุส หรือ เยอร์เก้น เอคเคเลนคัมป์ ยังเป็นสำรอง ดาวิด เนเรส, เซบาสเตียง อัลแลร์, ดูซาน ทาดิช จะลงเล่นแนวรุก แดนกลางมี ซากาเรีย ลับยาด, ดาวี่ คลาสเซ่น, ไรอัน กราเฟนเบิร์ค ลงทำเกม ส่วน เยอร์เรน ทิมเบอร์, เพอร์ ชูร์ส, ลีซานโดร มาร์ตีเนซ, นิโกลัส ตาญาฟีโก้ จะลงคุมแนวรับ โดยมี มาร์เท่น สเตเคเลนเบิร์ก เฝ้าเสา  Utrecht เรเน่ เฮก ไม่มี ทอมมี่ เซนต์ ยาโก้,…

Read More Read More

อินเตอร์ มิลาน บุกไปเสมอ สเปเซีย 1 – 1

อินเตอร์ มิลาน บุกไปเสมอ สเปเซีย 1 – 1

เข้าสู่เกม อินเตอร์ มิลาน บุกไปเสมอ สเปเซีย 1-1 แต่ยังคงนำหน้า เอซี มิลาน อันดับสองอยู่ถึง 10 คะแนน ฟุตบอล เซเรีย อา อิตาลี สเปเซีย 1 – อินเตอร์ มิลาน 1 สนาม : สตาดิโอ อัลแบร์โต้ ปิชโช่ เข้าสู่เกม ได้เพียง 12 นาทีสเปเซียขึ้นนำ 1-0 ดิเอโก้ฟาเรียสตัดจากซ้ายจากนั้นลากไกด้วยเท้า ขวาเพื่อโยนบอลเข้าไปตุงตาข่าย ทีมเยือนหวังทำประตูนาทีที่ 24 เลาทาโร่มาร์ติเนซกดไกในเขตโทษ บล็อคบอลและกองหลังเข้าเล็กน้อย จากนั้นในนาทีที่ 38 งูตัวใหม่นี้กลายเป็นวิธีการไล่ล่า Nicolo Barrella ของ Romelu Lukaku แต่ในนาทีที่ 39 อินเตอร์มิลานตีเสมอ 1-1 และ Ashraf Haqimi กดเสาไกล Ivan Perisic จากทางขวา ถ่ายภาพดอกไม้แรกที่อยู่ถัดจากบล็อก อย่างไรก็ตามบอลเข้าสู่ถนนฟุตบอลโครเอเชียและไม่เคยพลาด สี่นาทีในครึ่งหลังเมื่อ Lautaro Martinez เหนี่ยวไก แต่ช่วย Ivan Pro Vedel ไว้ได้ Neirazuri ไม่ได้เป็นผู้นำ ในช่วงท้ายนาทีที่ 85 โรเมลูลูกากูยิงบอลเข้าไปในตาข่าย แต่ล้มเหลวเพราะโดนล้ำหน้า นอกจากนี้ Lautaro Martinez (Lautaro Martinez) ยังมีความยาว…

Read More Read More

ยูฟ่า ตราหน้า ซูเปอร์ลีกไม่ใช่ฟุตบอล

ยูฟ่า ตราหน้า ซูเปอร์ลีกไม่ใช่ฟุตบอล

ยูฟ่า ยูฟ่า ได้ออกคำแถลงล่าสุดสำหรับในการตราหน้ายูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก ว่าพวกเราเป็นฟุตบอล ส่วนพวกเขานั้นไม่ใช่     หน่วยงานดูแลฟุตบอลยุโรปได้ออกคำแถลงการณ์ฉบับใหม่เกี่ยวกับการก่อตั้งยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก ที่ได้รับการประกาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “สมาชิกของสมาคม 55 คน รวมทั้งผู้เข้าร่วมประชุมยูฟ่าคองเกรสได้ตำหนิการประกาศสิ่งที่เรียกว่า ‘ซูเปอร์ลีก’ ยูฟ่าได้ยืนกรานว่าการแข่งขันแบบปิดของ ‘ซูเปอร์ลีก’ นั้นขัดกับแนวคิดของยุโรป ที่รวมเป็นหนึ่งเดียว, เปิดกว้าง, สนับสนุน รวมทั้งมีแนวการเกี่ยวกับคุณค่าทางกีฬา” “ยูฟ่า และก็สมาคมสมาชิกเชื่อมั่นในรูปแบบของยุโรปอย่างแท้จริงซึ่งจัดตั้งขึ้นจากการแข่งขันแบบเปิด ความเป็นน้ำหนึ่งในเดียว รวมทั้งการจัดสรรปันส่วน เพื่อให้แน่ใจว่าการแข่งขันจะมีความยั่งยืน และพัฒนาเพื่อประโยชน์ของทุกคน และส่งเสริมคุณค่าของยุโรป และผลลัพธ์ทางสังคม” “เห็นได้ชัดว่าสโมสรที่คบคิดนั้นล้มเหลวที่จะมีความเห็นว่าสถานะของพวกเขาในวันนี้นั้นแปลกแยก แม้กระทั่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบยุโรป ซึ่งมีสโมสรใหญ่, กลาง, เล็ก ล้วนมีส่วนทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จ แล้วก็พ่ายแพ้” “มันเป็นการดูหมิ่นต่อค่านิยมของชาวยุโรป และการเล่นกีฬาเพื่อให้พวกเขาถือว่าตัวเองมีสิทธิ์แยกตัว และอ้างสิทธิ์ในมรดกที่ทุกคนสร้างขึ้น” “ยูฟ่า สมาชิก และทุกคนที่รักฟุตบอลยืนหยัดอย่างมั่นคง และจะต่อต้านการเคลื่อนไหวนี้ของเจ้าของสโมสรเหล่านั้น และผู้สนับสนุนอย่างเต็มที่เท่าที่จะเป็นไปได้” “เรารู้ถึงศีลธรรมเป็นสิ่งเดิมพัน และจะปกป้องฟุตบอลจากกลุ่มคนเห็นแก่ตัวที่ไม่สนใจการแข่งขัน เราคือฟุตบอลยุโรป พวกเขาไม่ใช่” แทงบอลออนไลน์